
ทำไมเราถึงต้องทดสอบเครื่องทำความร้อนรุ่น IP66 อย่างหนัก
ห้องน้ำถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมากสำหรับอุปกรณ์ทำความร้อน เพราะมีไอน้ำหนาทึบ มีน้ำกระเด็นเข้ามาโดยตรง และอุณหภูมิก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากอุณหภูมิต่ำมากไปจนถึงอุณหภูมิสูงมากในเวลาเพียงไม่กี่นาที
เราสามารถอ้างอิงค่า IP66 ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ แต่เอกสารเหล่านั้นไม่สามารถบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์จะเสียหายเมื่อไหร่ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องทดสอบหลอดไฟอินฟราเรดของเรากับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เราต้องการหาจุดที่อุปกรณ์จะเสียหายก่อนที่ลูกค้าจะพบเจอมัน
ความชื้นนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะมันสามารถแทรกซึมเข้ามาได้ผ่านช่องว่างเล็กๆ ในอุปกรณ์ หรือจุดที่สายไฟเชื่อมต่อกัน เมื่อความชื้นเข้าไปถึงสายไฟหรือขั้วต่อ ก็จะทำให้เกิดสนิม การออกซิเดชัน หรือการลัดวงจรได้
ดังนั้นเราจึงสร้าง “ห้องทดสอบ” ขึ้นมา เพื่อทดสอบเครื่องทำความร้อนภายใต้สภาพอุณหภูมิสูงและความชื้นสูงเป็นเวลานาน เราต้องการตรวจสอบสามสิ่งหลักๆ ได้แก่ 1. ตรวจสอบว่าวัสดุซิลิโคนหรือยางที่ใช้ปิดผนึกจะเสื่อมสภาพหรือแตกหักหรือไม่ 2. ตรวจสอบการเชื่อมต่อของสายไฟว่ามีการออกซิเดชันหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อค่าความต้านทานไฟฟ้า 3. ตรวจสอบว่าวัสดุฉนวนจะสามารถป้องกันความชื้นได้จริงหรือไม่
แต่ก็ต้องหาจุดสมดุลด้วย เพราะถ้าเราทำให้วัสดุปิดผนึกแน่นเกินไป ก็จะทำให้เกิดแรงดันสูงภายในอุปกรณ์เมื่อมีการใช้งาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อวัสดุซิลิโคนที่ใช้ปิดผนึก แต่ถ้าเราออกแบบให้อุปกรณ์กันน้ำมากเกินไป โดยไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศไหลเวียน ก็อาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้เช่นกัน
เราใช้เวลามากมายในการปรับสมดุลนี้ เพื่อให้อุปกรณ์สามารถกันน้ำได้จริง แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้อากาศไหลเวียนได้ เพื่อไม่ให้อุปกรณ์เสียหายหลังจากใช้งานไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
เรายินดีที่จะแบ่งปันรายงานการทดสอบ เพราะสุดท้ายแล้ว หลอดไฟที่ใช้งานได้ในวันแรกก็ไร้ประโยชน์ หากมันเสียหายในวันที่ 90